เรื่องราวการแข่งขันของคนสองรุ่น ระหว่างแม่-ลูก เมื่อฝ่ายลูกอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับประเทศ แต่ฝ่ายแม่กลับไม่เห็นด้วย เลยวางแผนตั้งทีม ROV มาดับฝันลูก! นำแสดงโดย อ้อม-พิยดา, ตน ต้นหน, เติร์ด ลภัส, วี วีรยา, นนท์ สุจวัจน์, เตชินท์ ณัฐชนน

แต่แรกเดิมที Mother Gamer จะได้เข้าฉายช่วงต้นๆ Covid-19 มีงานเปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วด้วย แต่เนื่องจากสถานการณ์น่าเป็นห่วงเกินไป จึงต้องเลื่อนฉายออกไปจนเกือบลืม และในที่สุดก็ได้กำหนดฉายแล้วในวันที่ 10 กันยายน 2020 เสียที

Mother Gamer – เกมเมอร์ เกมแม่ เป็นเรื่องราวของลูกชายผู้อยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต ROV แต่ดันไปขัดใจแม่ผู้เป็นครู จึงทำให้ฝ่ายแม่ ตัดสินใจตั้งทีม ROV เพื่อไปปราบลูก

นับว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ และน่าดีใจไปพร้อมๆ กัน ที่ผู้ใหญ่มองว่าเกมมันไม่ใช่แค่เกมอีกต่อไป เล็งเห็นความสำคัญ ยอมรับคำว่าเกมมากกว่าแต่ก่อน กลายเป็นกีฬา และก็จับมาเป็นประเด็นหลักในหนัง นำเสนอเรื่องราวความเป็นกีฬาของเกม โดยได้เกมแม่เหล็กอย่าง ROV มาเป็นจุดขายอีกด้วย ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านี้เคยมีเกมในหนังมาแล้วนะ แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพียงแค่ดึงมาเอี่ยวด้วยนิดๆ หน่อย กับเกม Free Fire ในเรื่อง ฮาร์ทบีท เสี่ยงนัก…รักมั้ยลุง

แน่นอนความเป็น ROV ใน Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่ มาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมาก ไม่ใช่แค่เอามาผิวเผิน แต่เอามาเป็นเส้นเรื่องหลัก มีศัพท์เทคนิคเฉพาะ มีการใช้ซีนจากในเกมจริงๆ แต่แอบน่าเสียดาย เพราะมันไม่ได้มีมาก บางช่วงก็เล่นง่ายไป๊ และก็ไม่ได้มีช่วงชวนให้ลุ้นเหมือนตอนดูแข่ง ROV จริงๆ อีกอย่าง หนังควรจะใส่ความเป็น “กีฬา” จากคำว่าเกมลงไปมากกว่านี้ เช่น การวางแผน, วินัย, ทีมเวิร์ค ลงไปมากกว่านี้

เอาจริงๆ เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก ดำเนินเรื่องเร็ว เร็วเกินไป รวบรัด คาดเดาง่าย การพัฒนาตัวละคร โดยเฉพาะตัวละครแม่นี่มันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ ทางด้านพาร์ทดราม่า ก็ทำได้ไม่ถึง มันยังเบาบางเกินกว่าจะสะกิดความรู้สึกของทั้งฝ่ายคนรุ่นใหม่หรือทั้งฝ่ายคนรุ่นแม่ หรือพาร์ทดราม่าอื่นใดในหนังก็ไม่เวิร์คสักจุดเลย

และถ้าหากใครไม่เคยเล่นหรือคุ้นชินกับเกม ROV ก็อาจจะมีงงๆ บ้างกับบางอย่าง บางฉาก แต่ถ้าใครติดตามก็คงเข้าใจได้ง่ายๆ เลย รวมถึงเหล่าผู้เล่นคุ้นหน้าคุ้นตาจากวงการ ROV นี้ เช่น กิตงาย หรือ แนน Frozenkiss

ทีมนักแสดงก็ถือว่าอยู่ในระดับโอเค ไม่ถึงกับแย่ แค่พอไปได้ แต่คนที่แสดงดีที่สุดคือพี่อ้อม พิยดา ที่เรามองว่าเป็นคนที่แสดงได้ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้ว แอ็คติ้งไม่ล้นไป ไม่น้อยไป เรียกได้ว่าประคองหนังทั้งเรื่องได้แบบสบายๆ

แต่มีบทนึงที่เราไม่ชอบเลย กับบทบาทของ แม็ก ไม่ใช่ไม่ชอบนักแสดงนะ น้องเขาก็เล่นตามที่ได้บทมานั่นแหละ แต่ทำไมถึงต้องมีบทนี้อะ กับบทสบถกร่นด่าคำหยาบมากมายขนาดนั้น มันไม่ได้ตลกเลยจริงๆ และบทในเรื่องก็ไม่ได้ส่งเสริมให้มองตัวละครตัวนี้ในแง่ดีกับการเล่นเกมเลยจริงๆ เลยไม่เข้าใจว่าทำไมต้องออกแบบมาให้ตัวละครตัวนี้เป็นแบบนี้

หนังเรื่องนี้มีความน่ารำคาญแบบสุดๆ เรื่องนึงคือเทคนิคการตัดต่อการถ่ายทำ มันเยอะจนน่ารำคาญ โดยเฉพาะช่วงครึ่งเรื่องแรกนี่น่ารำคาญมาก ทั้งมุมกล้อง ขยับเหมือนาฬิกา มุมเอียงๆ CU และอีกมากมาย, เสียง Sfx ที่ใส่เยอะมาก, การตัดต่อ ขนาดภาพเปลี่ยนไปมา รูปแบบภาพ โอ้ย เยอะแบบเยอะจนน่ารำคาญจริงๆ เหมือนแบบใครนึกอะไรออกก็จับใส่ๆ มาจนมันเกินพอดีไปจริงๆ

ตัวหนังไม่ได้น่าเบื่อนะ มันอยู่ในระดับที่พอดูได้มากกว่า ถ้าเทียบกับผลงาน App War จากผู้กำกับคนเดียวกัน (พี่เสือ ยรรยง) App War สนุกกว่าเยอะ จังหวะดีกว่า การเล่าเรื่องดีกว่า มุกดีกว่า เรียกได้ว่าดีกว่าทุกด้านเลยละกัน

สรุปแล้ว Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่ ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่เกมได้มีส่วนในสังคมได้เกิดการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ดีที่หลายฝ่ายเห็นความสำคัญ แต่ในด้านความเป็นหนัง ยังขาดองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่มันควรจะทำให้หนังมันกลมกล่อมได้มากกว่านี้